*The College of Music, Mahidol University has been reviewed according to the MusiQuE standards in 2020

ข้อกำหนดการสอบหลักสูตรปริญญาตรี

หลักสูตรปริญญาตรี

สาขาวิชาปฏิบัติดนตรีคลาสสิก

1. เทคนิค:
1. เล่น scale ในบันไดเสียง major และ minor ทุกบันไดเสียงทั้งสองมือในทิศทางเดียวกัน (parallel motion) ยาว 4 octaves
ทั้งขาขึ้นและขาลง ความเร็วต่อโน้ต 4 ตัวเท่ากับ 80 ผู้สมัครสอบต้องเลือก 1บันไดเสียงจากแต่ละกลุ่มที่กำหนดด้านล่าง
– D, E, G and A major
– F and B major
– Major คีย์ดำ
– Harmonic minor คีย์ขาว
– Harmonic minor คีย์ดำ
– Melodic minor คีย์ขาว
– Melodic minor คีย์ดำ
2. เล่น arpeggios บันไดเสียง major และ minor ทุกบันไดเสียงในทิศทางตรงกันข้าม (contrary motion) 2 octaves
ทั้งขาขึ้นและขาลง ความเร็วต่อโน้ต 4 ตัวเท่ากับ 80 ผู้สมัครสอบต้องเลือก 1บันไดเสียงจากแต่ละกลุ่มที่กำหนดด้านล่าง
– Major คีย์ขาว
– Major คีย์ดำ
– Minor คีย์ขาว
– Minor คีย์ดำ
* การเล่น scale และ arpeggios ต้องตามด้วย cadence (I-IV-I-V7-I) ในทุกการพลิกกลับทุกคีย์และต้องบรรเลงจากความจำเท่านั้น

2. บทเพลง เลือก 4 บทเพลงจากที่กำหนดให้
บทเพลงทุกเพลงต้องบรรเลงจากความจำเท่านั้น ไม่มีการเล่นย้อน และไม่อนุญาตให้เลือกบทเพลงนอกอื่นเหนือจากที่กำหนดไว้
1. แบบฝึกหัด (etude) 1บท (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยุคโรแมนติกหรือศตวรรษที่ 20)
2. บทเพลงจากยุคบาโรค 1 บท
- โดยเลือก 1 บทเพลงจาก 48 preludes and Fugues from the Well-Tempered Clavier, Books I & II โดย J. S. Bach หรือจาก Three Part Invention โดย J.S. Bach
3. โซนาตาท่อนแรกที่ประพันธ์โดยนักประพันธ์เพลงยุคคลาสสิก
4. 1 บทเพลงจากยุคโรแมนติก หรือ ศตวรรษที่ 20 หรือร่วมสมัย

3. บทเพลงสั้นๆที่มอบหมายให้ศึกษา
โน้ตเพลงจะมอบหมายให้ผู้สมัครสอบหนึ่งเดือนก่อนวันสอบ
**สำหรับผู้สมัครสอบชาวต่างชาติและผู้สมัครที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาสอบ สามารถส่งวีดีโอการเล่นตามบทเพลงที่กำหนดให้ต่อเนื่องให้โดยที่ไม่มีการตัดต่อในรูปแบบของ YouTube หรือ Google Drive หรือวิธีอื่นๆ โดยต้องส่ง link แนบมาพร้อมกับใบสมัคร
**ผู้สมัครสอบที่สอบผ่าน TIME examination เปียโนเกรด 12 สามารถยื่นผลสอบแทนการออดิชัน อย่างไรก็ผู้สมัครสอบไม่มีความจำเป็นต้องสอบเปียโนของ TIME examination

ข้อกำหนดสำหรับการส่งวีดิโอสำหรับออดิชัน
1. กรุณาอัดวีดีโอแนะนำตัว 1 นาทีที่มีข้อมูลดังต่อไปนี้:
• ชื่อ
• ระดับการศึกษาและวิชาเอก
• โรงเรียนและอาจารย์ที่สอนรวมถึงระดับการเล่นเปียโน
• อื่นๆ
2. ข้อกำหนดของการบันทึกภาพและเสียง:
• แต่ละบทเพลงต้อง upload file แยกกัน Each piece must be uploaded as separate files
• แต่ละวีดีโอต้องตั้งชื่อด้วย ชื่อนักประพันธ์เพลง และชื่อเพลงหรือชื่อท่อน
• ต้องอยู่ใน format ดังนี้: avi, .flv, .m1v, .m2v, .m4v, .mkv, .mov, .mpeg, .mpg, .mp4, .webm, .wmv
• ไม่มีการตัดต่อแก้ไขและต้องแสดงโดยผู้สมัครสอบเท่านั้น
• ต้องทันสมัย (ต้องมีอายุไม่เกินสองปีจากวันที่ยื่นใบสมัคร)
3. Appendix
ตัวอย่างของcadence ในทุกการพลิกกลับ (บันใดเสียง C major)

1. เทคนิค: บทฝึกหนึ่งบทโดย Villa-Lobos (หมายเลข 1, 3, 4, 5, 11) หรือ Brouwer (Estudios Sencillos หมายเลข 10-20) หรือ Sor (1-20)

2. บทเพลง: สองบทเพลงในลีลาที่ต่างกัน ความยากตั้งแต่ระดับกลางถึงสูง โดย Bach, Brouwer, Weiss, Sor, Giuliani, Turina, Albeniz, Granados, Mertz, Barrios ฯลฯ
* ทั้งหมดจะต้องเล่นจากความจำ

1. เทคนิค: แบบฝึกหัด 2 บท: (ร้องเสียง “อา”)
1.1 มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Accompanied) – เลือกแบบฝึกหัด 1 บทจาก Concone, Op. 9, 50 Lessons หมายเลข 11-15
1.2 ไม่มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Unaccompanied) – แบบฝึกหัดหมายเลข 1, จากPanofka, Op. 85 (ผู้เข้าสอบสามารถร้องในบันไดเสียงที่สูงหรือต่ำกว่า ตามความเหมาะสมของเสียงตนเองได้)

2. บทเพลง: บทเพลง 3 เพลง
2.1 บทเพลงคลาสสิค 1 เพลง; ประเภท Aria หรือ Art Song ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย
2.2 บทเพลงเลือกตามความถนัด 2 เพลง
ถ้าผู้เข้าสอบได้รับการเรียนร้องคลาสสิคมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง คณะกรรมการเสนอให้ผู้เข้าสอบร้องเพลง 1 จากใน 2 (บทเพลงเลือกตามความถนัด) เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย
ผู้เข้าสอบสามารถเลือกเพลงประเภทคลาสสิก หรือมิวสิคัลเธียเตอร์ ผู้เข้าสอบจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย การเต้น หรือการแสดงตามบทเพลง ระหว่างการร้องเพลง
* หากต้องการความช่วยเหลือในการเลือกบทเพลงคลาสสิค หรือการเลือกบทเพลงในการสอบ ผู้เข้าสอบสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สาขาวิชาขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

3. การร้องโน้ตฉับพลันและโสตทักษะ (Sight-singing and Aural Skills) ผู้เข้าสอบจะต้องอ่านและร้องโน้ตฉับพลัน 1 - 2 เพลงสั้น โดยไม่มีเปียโนบรรเลงประกอบ กรรมการจะให้ผู้เข้าสอบร้องบันไดเสียง หรือประโยคโน้ตสั้นๆ ตามที่กรรมการบรรเลงให้ฟัง ระหว่างการสอบ

4. สอบสัมภาษณ์
หมายเหตุ: - บทเพลงสอบทุกบทเพลงจะต้องร้องจากความจำ - ผู้เข้าสอบจะต้องเตรียมนักเปียโนบรรเลงประกอบของตัวเองมาในวันสอบ (สำหรับการสอบโดยวิดีโอ ผู้เข้าสอบได้รับอนุญาติให้สามารถใช้ Backing Track ได้ ทั้งนี้กรรมการยังคงแนะนำให้ร้องพร้อมกับนักเปียโน ถ้าเป็นไปได้) - รายชื่อแบบฝึกหัดและบทเพลงในการสอบ สามารถขอได้โดยติดต่อสอบถามได้ที่สาขาวิชาขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

1. เทคนิค: บรรเลงบันไดเสียง 2 บันไดเสียงเมเจอร์ (Major Scales) และ 2 บันไดเสียงเนเชอร์รัลไมเนอร์ (Natural Minor) 1 - 2 ช่วงเสียง (Octave) พร้อม Arpeggios โดยผู้สอบสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง ซึ่งอยู่ในช่วงเสียงที่ผู้เล่นสามารถบรรเลงได้อย่างง่ายดาย และบรรเลง Chromatic Scale จากโน้ตที่ต่ำที่สุดไปหาสูงที่สุดผู้เล่นสามารถบรรเลงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งให้เพ่งเล็งให้มีเสียงที่ดีและไม่ติดขัด ในจังหวะที่เร็วปานกลาง

2. บทเพลง: บรรเลง 2 บทเพลง ที่มีความแตกต่างทางลักษณะของสไตล์ดนตรี (เพลงช้าและเพลงเร็ว) หรือต่างยุคสมัย เพื่อแสดงถึงความสามารถทางด้านดนตรี ซึ่งบทเพลงที่เลือกสามารถน่ามาจากแบบฝึกหรือบทเพลงมาตรฐานทั่วไปได้ ซึ่งทั้งสองบทเพลงนี้ไม่ควรเกิน 10 นาที สามารถบรรเลงพร้อมนักเปียโนประกอบได้

1. เทคนิค: เลือกเล่นเมจอร์สเกลที่ถนัดและครอบคลุมทุกออกเทฟ (Octave) ที่สามารถเล่นได้ในสเกลนั้นๆ และเล่นโครมาติกสเกลไปถึงโน้ตตัวสูงที่สุดและต่ำที่สุดเท่าที่ผู้สมัครสามารถเล่นได้ในจังหวะปลานกลาง สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการนำเสนอเสียงที่มีคุณภาพ (warm sound) และปราศจากข้อผิดพลาด

2. บทเพลง: เลือกเล่นบทเพลงในเกณฑ์มาตรฐาน (Standard Solo) หรือ แบบฝึกหัดกึ่งบทเพลง (Etude) 2 บทเพลงที่มีความแตกต่างกันอย่างโดดเด่นทั้งทางด้านการถ่ายทอดอารมณ์เพลงและเทคนิค ทั้งนี้ 2 บทเพลงที่เล่นสามารถมาจากเพลงเดียวกันได้ โดยเลือกจากท่อนที่มีความแตกต่างกัน ระยะเวลาการแสดงทั้ง 2 บทเพลงไม่ควรเกิน 7 นาที ในกรณีที่บทเพลงมีความยาวเกินผู้สมัครสามารถเลือกเล่นเฉพาะท่อนที่ตรงกับข้อก่าหนด สามารถเลือกเล่นร่วมกับ Accompaniment ได้ แต่ไม่เป็นการบังคับ

3. การอ่านโน้ตฉับพลัน (Sight reading) คณะกรรมการอาจให้อ่านโน้ตแบบฉับพลันในกรณีแสดงสด

1. เทคนิค: ผู้เข้าสอบต้องบรรเลงบันไดเสียงเมเจอร์ ไมเนอร์ และอาร์เปจโจ โดยผู้เข้าสอบสามารถเลือกบันไดเสียงที่จะบรรเลง และจานวน Octaves ได้ และต้องทาการบรรเลงทั้งแบบแยกคันชัก (seperate) และ รวบคันชัก (slurred)

2. บทเพลง: ผู้เข้าสอบต้องทาการบรรเลง 2 บทเพลงที่มีความแตกต่างกันทางด้านจังหวะและยุคสมัย เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านการตีความบทเพลงเเละเทคนิคต่างๆ (ทั้งนี้ผู้เข้าสอบสามารถเลือกใช้เป็น 1 บทเพลงและ 1 แบบฝึกหัดได้) โดย ทั้ง 2 บทเพลงควรมีเวลาในการบรรเลงรวมกันไม่เกิน10 นาที ในการสอบแนะนาให้ผู้เข้าสอบใช้ผู้บรรเลงประกอบ (accompaniment) ร่วมด้วย

3. การทดสอบการอ่านโน๊ตแบบเฉียบพลัน (sight-reading)

*If the audition is performed online this step can be skipped.

1. บรรเลงบันไดเสียง 2 บันไดเสียงเมเจอร์ 2 ช่วงเสียงพร้อม Arpeggio ทั้งขาขึ้นและขาลง

2. บรรเลงบันไดเสียง 2 บันไดเสียงไมเนอร์ 2 ช่วงเสียงพร้อม Arpeggio ทั้งขาขึ้นและขาลง

3. บรรเลง Etude 1 บท บทใดก็ได้ สำหรับ 2 ไม้ โดยเลือกจากที่กำหนดมาให้ (หรือเพลงระดับเทียบเท่า):
- Morris Goldenberg – Modern School for Xylophone, Marimba, and Vibraphone
– J.S. Bach – Sonata and Partitas for Violin, Suites for Cello

4. บรรเลง 1 บทเพลง สำหรับ 4 ไม้บน Marimba โดยเลือกจากที่กำหนดมาให้ (หรือเพลงระดับเทียบเท่า):
– Mathias Schmitt – Ghania
– Ney Rosauro – Three Preludes
– Benjamin Wittiber – Rhythm Dance
– Clair Omar Musser – Etudes for Marimba

5. บรรเลง 1 บทเพลงหรือ Etude สาหรับ Snare Drum โดยเลือกจากที่กาหนดมาให้ (หรือเพลงระดับเทียบเท่า):
– Keith Aleo – Advanced Etudes for Snare drum
– Warren Bensen – Three Dances for Solo Snare Drum
– Mitchell Peters – Advanced Snare Drum Studies

6. สาธิตการเล่น Rudiments ต่างๆ ของ Snare Drum ตั้งแต่จังหวะช้าไปเร็วและกลับมาช้า

7. การอ่านโน้ตฉับพลัน (Sight Reading) บน Marimba และ Snare Drum

สาขาการประพันธ์ดนตรี

ข้อกำหนดการส่งผลงาน (นำมาส่งให้กรรมการในวันสอบ)
ส่งผลงานการประพันธ์ดนตรีของตนเองอย่างน้อย 2 ผลงาน สำหรับเครื่องดนตรีและรูปแบบวงดนตรีแบบใดก็ได้
โดยให้ส่งเป็นลักษณะโน้ตเพลง และอาจแนบไฟล์บันทึกเสียงในรูปแบบ Audio หรือ MIDI (ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลหรือ CD) มาด้วย

สอบข้อเขียน (1 ชั่วโมง)
ผู้สมัครจะได้รับทำนองเพลงที่ยังไม่สมบูรณ์หลายทำนอง จากนั้นผู้สมัครจะต้องเลือกหนึ่งทำนองเพื่อนำไปแต่งให้สมบูรณ์ต่อไปอย่างน้อย “อีก 2 ประโยคเพลง” รวมทั้งแต่งส่วนของการบรรเลงประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้ทำนองนั้นสมบูรณ์ขึ้น โดยใช้องค์ประกอบต่างๆทางดนตรี อาทิเช่น เสียงประสาน Counterpoint พื้นผิวของดนตรี (texture) การสอบนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมงโดยผู้สมัครสามารถใช้เปียโนในการทำข้อสอบได้

สอบปฏิบัติดนตรีและสัมภาษณ (ทั้งกรณีที่สอบด้วยตนเองที่วิทยาลัยหรือสอบผ่านวิดีโอในกรณีผู้สมัครพำนักอยู่ในต่างประเทศ)
1) ผู้สมัครจะต้องอภิปรายและตอบคำถามจากอาจารย์ที่เป็นกรรมการในการสอบเกี่ยวกับงานประพันธ์ของผู้สมัครเอง เช่น ความเป็นมาของบทประพันธ์ รูปแบบบทประพันธ์ ลักษณะของทำนอง เสียงประสาน รวมทั้งจะมีการสัมภาษณ์ถึงความสนใจของผู้สมัครเกี่ยวกับการประพันธ์ดนตรีทั่ว ๆ ไป นักประพันธ์ดนตรีที่ชื่นชอบ รวมไปถึงการวางแผนประกอบอาชีพในสายดนตรีในอนาคต กรณีที่สอบโดยการบันทึกวิดีโอ ผู้สมัครจะต้องกล่าวถึงข้อมูลทั้งหมดในหัวข้อนี้ด้วยตนเอง หรือ อาจเป็นการสอบสัมภาษณ์โดยตรงกับอาจารย์ประจำสาขาผ่าน ออนไลน์แอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Skype Zoom Webex

2) ผู้สมัครจะต้องแสดงความสามารถอื่นๆทางดนตรีนอกเหนือจากการประพันธ์ดนตรี (เปียโนหรือเครื่องดนตรีอื่นๆ)
a. Scale และ Arpeggio จากบันไดเสียงเมเจอร์และไมเนอร์จำนวน 3 บันไดเสียง (เล่นแต่ละบันไดเสียงจำนวน 2 octaves)
b. บรรเลงบทประพันธ์สั้นๆ ที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 2 นาที ด้วยเปียโนหรือเครื่องดนตรีเอกที่ถนัด โดยอาจจะเลือกเฉพาะท่อนใดท่อนหนึ่งจากบทประพันธ์ที่เป็นที่รู้จัก

3) ทดสอบทางทฤษฎีดนตรีและโสตทักษะเบื้องต้น เช่น ขั้นคู่ คอร์ด

สาขาวิชาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก

1. สอบปฏิบัติในบทเพลงชุด ตับต้นเพลงฉิ่ง และเพลงเลือก ในระดับเพลงอัตราจังหวะ 3 ชั้นหน้าทับปรบไก่ ในลักษณะบทเพลงทั่วไป ไม่น้อยกว่า 4 จังหวะหน้าทับ 1เพลง เป็นอย่างต่ำ

2. พิจารณาจากทักษะวิธีการขับร้อง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำในอัตราจังหวะหน้าทับปรบไก่ 3ชั้นและสามารถบรรเลงตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

1. สอบปฏิบัติในเครื่องมือเอก ในระดับเพลงอัตราจังหวะ 3 ชั้นหน้าทับปรบไก่ ในลักษณะบทเพลงทั่วไปหรือเพลงเดี่ยว ไม่น้อยกว่า 6 จังหวะหน้าทับ 1เพลง เป็นอย่างต่ำ

2.พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำในอัตราจังหวะหน้าทับปรบไก่ 3ชั้นและสามารถบรรเลงตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

1. สอบปฏิบัติในเครื่องมือเอก ในเพลงรัวสามลา และบทเพลงเดี่ยว ไม่น้อย 6 จังหวะหน้าทับ 1เพลง เป็นอย่างต่ำ

2.พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำในอัตราจังหวะหน้าทับปรบไก่ 3ชั้นและสามารถบรรเลงตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

1. สอบปฏิบัติ 3 เครื่องมือ ตะโพนไทยใช้หน้าทับเพลงสาธุการ ส่วนกลองแขกและรำมะนา ใช้หน้าทับสองไม้และหน้าทับปรบไก่ สามชั้น สองชั้นและชั้นเดียว

2.พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำในอัตราจังหวะหน้าทับปรบไก่ 3ชั้นและสามารถบรรเลงตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

1. สอบปฏิบัติเครื่องดนตรี แคน ในบทเพลง ลายทางยาวหรือลายทางสั้น
พิณ ในบทเพลง ลายลำเพลินหรือลายผู้ไท
โปงลาง ในบทเพลง ลายลำเพลิน
โหวต ในบทเพลง ลายลำเพลินแก้วหน้าม้า
ซอ ในบทเพลง ลายผู้ไทหรือลายสีทันดร

2.พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำ และสามารถบรรเลงและตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

1. สอบปฏิบัติเพลงเลือก 2 เพลง บทเพลงความยาวไม่น้อยกว่า 10 นาที

2.พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการขับร้อง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง

3. ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถอ่านโน้ตการออกเสียงสูง ต่ำ และสามารถบรรเลงและตามโน้ตที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส

1. Technic: บรรเลง Scales & Arpeggios โดยบรรเลงเป็นเขบ็ต 1 ชั้น 2 ออกเทฟ ขึ้นและลงในรูปแบบ Swing feel ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4 ที่ความเร็ว ระหว่าง 40-60 ครั้งต่อนาที (beat per minute: bpm)
Scales: ประกอบด้วย Major Scales, Harmonic, Jazz Melodic, Natural Minor Scales
Arpeggios: ประกอบด้วย Major7th, Dominant 7th, Minor 7th

2. Pieces: เลือกบรรเลง standard jazz หรือ jazz blues 1 เพลงตามความถนัดในจังหวะ Swing ยกตัวอย่างเช่น Billie Bounce, Au Privave, Take a Train, etc โดยการบรรเลงจะประกอบด้วย
• ทํานองเริ่มต้น 1 เที่ยว (head in 1 chorus)
• Solo Improvisation อย่างน้อย 2 เที่ยว (solo Improvisation at least 2 choruses)
• ทํานองจบ 1 เที่ยว (head out 1 chorus)
* หมายเหตุ: ผู้สมัครสอบจะต้องจัดเตรียมผู้บรรเลงเครื่องประกอบ (accompaniment) ในรูปแบบของวง 3 ชิ้น (trio) หรือ 4 ชิ้น (quartet) หรือนำ backing track มาร่วมบรรเลงในวันสอบออดิชั่นด้วย

3. Sight Reading: อ่านโน้ตทํานองในรูปแบบ swing ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4

1. Technic:บรรเลง Scales & Arpeggios โดยบรรเลงเป็นเขบ็ต 1 ชั้น 2 ออกเทฟ ขึ้นและลงในรูปแบบ Swing feel ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4 ที่ความเร็ว ระหว่าง 40-60 ครั้งต่อนาที (beat per minute: bpm)

Scales: ประกอบด้วย Major Scales, Harmonic, Jazz Melodic, Natural Minor Scales

Arpeggios: ประกอบด้วย Major7th, Dominant 7th, Minor 7tth, Minor 7th

2.Pieces: เลือกบรรเลง standard jazz หรือ jazz blues 1 เพลงตามความถนัดในจังหวะ Swing ยกตัวอย่างเช่น Billie Bounce, Au Privave, Take a Train, etc โดยการบรรเลงจะประกอบด้วย

  • ทํานองเริ่มต้น 1 เที่ยว (head in 1 chorus)
  • Solo Improvisation อย่างน้อย 2 เที่ยว (solo Improvisation at least 2 choruses)
  • บรรเลงประกอบ อย่างน้อย 1 เที่ยว (Accompaniment at least 1 chorus)
  • ทํานองจบ 1 เที่ยว (head out 1 chorus)
  • หมายเหตุ: ผู้สมัครสอบจะต้องจัดเตรียมผู้บรรเลงเครื่องประกอบ (accompaniment) ในรูปแบบของวง 3 ชิ้น (trio) หรือ 4 ชิ้น (quartet) หรือนำ backing track มาร่วมบรรเลงในวันสอบออดิชั่นด้วย

3. การอ่านโน้ตแบบฉับพลัน: อ่านโน้ตทํานองในรูปแบบ swing ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4

* หมายเหตุ: สำหรับเปียโนจะต้องบรรเลงทำนองด้วยมือขวาและคอร์ดด้วยมือซ้ายพร้อมกัน

1. Technic:บรรเลง Scales & Arpeggios โดยบรรเลงเป็นเขบ็ต 1 ชั้น 2 ออกเทฟ ขึ้นและลงในรูปแบบ Swing feel ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4 ที่ความเร็ว ระหว่าง 40-60 ครั้งต่อนาที (beat per minute: bpm)

Scales: ประกอบด้วย Major Scales, Harmonic, Jazz Melodic, Natural Minor Scales

Arpeggios: ประกอบด้วย Major7th, Dominant 7th, Minor 7tth, Minor 7th

2.Pieces: เลือกบรรเลง standard jazz หรือ jazz blues 1 เพลงตามความถนัดในจังหวะ Swing ยกตัวอย่างเช่น Billie Bounce, Au Privave, Take a Train, etc โดยการบรรเลงจะประกอบด้วย

  • ทํานองเริ่มต้น 1 เที่ยว (head in 1 chorus)
  • Accompaniment with walking bass at least 2 choruses
  • Solo Improvisation at least 1 chorus
  • ทํานองจบ 1 เที่ยว (head out 1 chorus)
  • the audition has to be with a trio or quartet (horns, piano or guitar, and drums) or with a good quality backing track

3. การอ่านโน้ตแบบฉับพลัน: อ่านโน้ตทํานองในรูปแบบ swing ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4

หมายเหตุ: ผู้สอบที่เลือกใช้ Electric Bass ในการสอบ หากผ่านเข้าศึกษาในหลักสูตร จะต้องเรียน Double Bass เป็นเครื่องมือหลัก

1. Technic:บรรเลง Scales & Arpeggios โดยบรรเลงเป็นเขบ็ต 1 ชั้น 2 ออกเทฟ ขึ้นและลงในรูปแบบ Swing feel ร่วมกับเมโทรนอมที่เคาะเฉพาะจังหวะ 2 และ 4 ที่ความเร็ว ระหว่าง 40-60 ครั้งต่อนาที (beat per minute: bpm)

Scales: ประกอบด้วย Major Scales, Harmonic, Jazz Melodic, Natural Minor Scales

Arpeggios: ประกอบด้วย Major7th, Dominant 7th, Minor 7tth, Minor 7th

2.Pieces: เลือกบรรเลง standard jazz หรือ jazz blues 1 เพลงตามความถนัดในจังหวะ Swing ยกตัวอย่างเช่น Billie Bounce, Au Privave, Take a Train, etc โดยการบรรเลงจะประกอบด้วย

  • ทํานองเริ่มต้น 1 เที่ยว (head in 1 chorus)
  • Accompaniment with swing patterns at least 2 choruses
  • Solo trade 4’s at least 1 chorus
  • ทํานองจบ 1 เที่ยว (head out 1 chorus)
  • the audition has to be with a trio or quartet (horns, piano or guitar, and bass) or with a good quality backing track

3. การอ่านโน้ตแบบฉับพลัน: Applicants will be asked to sight-read a swing comping pattern along with the metronome on beat 2 and 4 and some rudimental snare drum solo with metronome.

If you which to do the off campus or video audition please follow all the requirements above and follow these extra steps to complete your audition.

  • Record a one take long of scales and arpeggios in swing feel with metronome on beat 2 and 4 tempo between 40-60 bpm without editing (the selection of scales and arpeggios will be sent to you individually a few day before your preferred date)
  • Record a one take long of your performance on the piece (the quality of the VDO and sound has to be acceptably good without noises. The low quality of the VDO and sound will effect the result of your audition)
  • Record a one take long of transcription based on the given tempo (the transcription will be sent to you individually

สาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม

สำหรับเครื่องเป่าสาขาดนตรีสมัยนิยมเปิดรับ 2 เครื่องมือ คือแซ็กโซโฟนและทรัมเป็ต
* สำหรับผู้สอบเครื่องมือเอกกลองชุด จะต้องทำการทดสอบ Scale และ Arpeggio บนเปียโน
** สำหรับผู้สอบเครื่องมือเอกกลองชุดจะต้องสอบ Rudiment ที่กรรมการได้เตรียมไว้ให้ โดยจะสามารถดาวน์โหลดได้บนเว็บไซต์

1. ร้องเพลงต่อหน้าคณะกรรมการ 3 บทเพลง โดยที่ผู้สอบสามารถเลือกเพลงได้เองตามข้อกำหนดต่อไปนี้ (70 คะแนน)
– เพลงภาษาอังกฤษ เป็นเพลงช้า 1 เพลง และเพลงเร็ว 1 เพลง
– เพลงภาษาไทย หรือภาษาประจำชาติของผู้สอบ 1 เพลง
ผู้สอบสามารถเลือกร้องกับนักดนตรีประกอบ หรือจัดเตรียม Backing track มาสอบก็ได้ โดย Backing track ที่เตรียมมาจะต้องไม่มี เสียงทำนองหลัก และบันทึกในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น mp4 player, smart phone, tablet คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ที่สามารถเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ขยายเสียงที่เตรียมไว้ให้ (ทางห้องสอบเตรียมสายสัญญาณ aux 3.5mm ไว้ให้) และไม่อนุญาตให้ใช้ Flash drive และ CD

2. สอบร้องสเกลในคีย์ต่างๆ (20 คะแนน)
– Major scale (10 คะแนน)
– Natural minor, Melodic minor และ Harmonic minor scale โดยคณะกรรมการจะสุ่มหนึ่งในสามสเกลนี้ (10 คะแนน)

3. สอบทักษะการจำทำนองเพลง โดยร้องทำนองที่ได้ยินหลังจากกรรมการในห้องสอบบรรเลงให้ โดยมีความยาวไม่เกิน 2 ห้องดนตรี (10 คะแนน)

สาขาวิชาละครเพลง

1. เทคนิค: แบบฝึกหัด 2 บท: (ร้องเสียง “อา”)
1.1 มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Accompanied) – เลือกแบบฝึกหัด 1 บทจาก Concone, Op. 9, 50 Lessons หมายเลข 11-15
1.2 ไม่มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Unaccompanied) – แบบฝึกหัดหมายเลข 1, จากPanofka, Op. 85 (ผู้เข้าสอบสามารถร้องในบันไดเสียงที่สูงหรือต่ำกว่า ตามความเหมาะสมของเสียงตนเองได้)

2. บทเพลง: บทเพลง 3 เพลง
2.1 บทเพลงคลาสสิค 1 เพลง; ประเภท Aria หรือ Art Song ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย
บทเพลง 2 เพลงที่มีความแตกต่างกัน (เช่นเพลงหนึ่งเป็นเพลงช้าสไตล์บัลลาด อีกเพลงเป็นเพลงเร็ว หรือเป็นเพลงของตัวละครที่มีความแตกต่างกัน ฯลฯ) สนับสนุนให้ผู้สอบเคลื่อนไหวหรือเต้นรำหรือแสดงบทบาทได้ในขณะที่ทำการแสดง
ผู้เข้าสอบสามารถเลือกเพลงประเภทคลาสสิก หรือมิวสิคัลเธียเตอร์ ผู้เข้าสอบจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย การเต้น หรือการแสดงตามบทเพลง ระหว่างการร้องเพลง
* หากต้องการความช่วยเหลือในการเลือกบทเพลงคลาสสิค หรือการเลือกบทเพลงในการสอบ ผู้เข้าสอบสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สาขาวิชาการขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

3. สอบปฏิบัติบทการแสดงเดี่ยว (monologue) :
3.1 ให้ผู้สมัครเลือกบทละครแสดงคนเดียว 1 บท จากรายชื่อที่ทางสาขาขับร้องปฏิบัติกำหนดมาแสดงโดยจำบทให้ได้ สามารถดาวน์โหลดรายชื่อบทละครได้จากเมนูตัวอย่างเพลง หน้ารับสมัคร

4. สอบเต้นรำ:
4.1 เตรียมเต้นรำประกอบบทเพลงจากละครเพลง โดยใช้เวลาตั้งแต่ 90 วินาทีถึง 2 นาที โดยจะออกแบบท่าเต้นด้วยตัวเองหรือให้คนอื่นออกแบบท่าเต้นให้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องร้องเพลงไปด้วยในขณะที่เต้น ผู้สอบต้องเตรียมเครื่องเล่นเพลงและลำโพงมาเอง

5. ผู้สอบต้องทดสอบอ่านโน้ตเพลง (sight-singing) และทดสอบการฟัง (aural skills test) ผู้สอบจะต้องอ่านโน้ตเพลงสั้นๆ 1 - 2 เพลง โดยไม่ต้องมีดนตรีประกอบ และจะต้องร้องสเกลและ/หรือทำนองสั้นๆ ตามที่คณะกรรมการจะกำหนดให้ในระหว่างการสอบ

6. จะมีการสัมภาษณ์พูดคุยสั้นๆ
NOTE: ในการแสดงทุกเพลงต้องแสดงจากความจำ (ห้ามดูโน้ตหรือบท) ผู้สอบต้องหานักเปียโนประกอบมาเอง สามารถติดต่อสอบถามเรื่องแบบฝึกหัดเทคนิค และเพลงที่กำหนดได้จากสาขาขับร้องปฏิบัติ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

สาขาวิชาดนตรีศึกษาและการสอน

สาขาวิชาดนตรีศึกษาและการสอน เป็นสาขาหนึ่งในหลักสูตรดุริยางคศาสตรบัณฑิต ที่มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถทางานหรือศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น ทางด้านวิชาการ การสอนดนตรีและการจัดการศึกษาดนตรี โดยการจัดการเรียนการสอนในด้านกระบวนการเรียนรู้ ทั้งในส่วนวิชาการและการปฏิบัติ ที่เกี่ยวกับแนวคิดต่างๆ ในการเรียนการสอนดนตรี การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนดนตรี หลักสูตรดนตรี การวัดและประเมินผลการเรียนดนตรี จิตวิทยาดนตรีศึกษา พฤติกรรมและกระบวนการเรียนรู้ดนตรี การค้นคว้าและพัฒนาวิชาการด้านการศึกษาดนตรี เป็นต้น

ข้อกำหนดการสอบวิชาเฉพาะสาขา 2 วิชา ดังนี้

1. สอบข้อเขียน เป็นการสอบเพื่อวัดความรู้และแนวคิดในการสอนดนตรี การศึกษาและกระบวน การเรียนรู้ คุณสมบัติของการเป็นครูสอนดนตรี วัดแววความเป็นครู กระบวนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การจัดการปัญหา ภาวะผู้นาและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางการศึกษา

เกณฑ์การพิจารณาการสอบข้อเขียน
1. การใช้ภาษาและการเรียบเรียงข้อความ
2. การนำเสนอประเด็นความคิดโดยนาหลักการและแนวคิดทางดนตรีศึกษามาประยุกต์ใช้
3. การใช้เหตุผลเพื่อสนับสนุนความคิด
4. การสรุปความคิดรวบยอด
5. ความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอ

2. สอบปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มเป็นการสอบปฏิบัติด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเพื่อแสดงทัศนคติในด้านการศึกษาและการทำงาน วัดแววความเป็นครูในเรื่องทักษะการสื่อสารและทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภาวะผู้นำและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางการศึกษา

ข้อกำหนดการสอบ

เลือกสอบดนตรีประเภท (style)ดูข้อกำหนดการสอบของ
คลาสสิคปฏิบัติดนตรีคลาสสิค
ดนตรีไทยดนตรีไทยและตะวันออก
แจ๊สดนตรีแจ๊ส
Popดนตรีสมัยนิยม

สาขาวิชาธุรกิจดนตรี

สาขาธุรกิจดนตรี เป็นสาขาที่นำความรู้ทางด้านการบริหารธุรกิจ มาผสมผสานกับความสามารถทางด้านดนตรี เพื่อให้ผู้เรียน สามารถนำความรู้ทั้ง 2 ด้านไปดำเนินธุรกิจ และประกอบอาชีพได้อย่างประสบความสำเร็จในอนาคต โดยเน้นในเรื่องการเรียนการสอนทางด้านความเป็นเลิศทางดนตรี และความรู้ทางบริหารธุรกิจ อาทิ หลักการตลาด การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ การดำเนินธุรกิจดนตรีระหว่างประเทศ หลักการบัญชี-การเงิน การตลาดดิจิตัล การเป็นผู้ประกอบการ และกฏหมายในธุรกิจดนตรี เป็นต้น นอกจากภาคทฤษฎี นักศึกษาในสาขาธุรกิจดนตรีจะได้ฝึกภาคปฏิบัติในการบริหารจัดการโครงการพิเศษของนักศึกษาเองในแต่ละรุ่น พร้อมทั้งนักศึกษาจะได้รับโอกาส เข้าฝึกงานกับสถานประกอบการทางด้านธุรกิจดนตรีชั้นนำของประเทศไทย

ข้อกำหนดการสอบวิชาเฉพาะสาขา 1 วิชา ดังนี้

1. ข้อเขียน ใช้เวลา 90 นาที เป็นข้อสอบอัตนัย ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้

  1. ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ (เช่น สมการ อัตราส่วน เลขยกกำลัง เศษส่วน ค่าเฉลื่ย มูลค่าปัจจุบันและความน่าจะเป็น เป็นต้น)
  2. ความรู้ทั่วไป (เช่น ข่าวสถานการณ์ในปัจจุบัน หลักภาษาไทย หลักสังคม หลักเศรษฐศาสตร์ ศาสนา และความรู้เบื้องต้นทางธุรกิจ เป็นต้น)

หมายเหตุ: ในห้องสอบ อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขได้ (ต้องเป็นเครื่องคิดเลขที่ไม่สามารถใช้สูตรได้ หากใช้โทรศัพท์มือถือต้องปิดสัญญาณตลอดการสอบ)

References:
1. หนังสือเรียนระดับมัธยมตอนปลาย ในวิชาที่เกี่ยวข้อง
2. คู่มือสอบ GPAX, O-NET, GAT และ PAT ในเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดการสอบ

เลือกสอบดนตรีประเภท (style)ดูข้อกำหนดการสอบของ
คลาสสิคปฏิบัติดนตรีคลาสสิค
ดนตรีไทยดนตรีไทยและตะวันออก
แจ๊สดนตรีแจ๊ส
Popดนตรีสมัยนิยม
ละครเพลงละครเพลง

สาขาวิชาเทคโนโลยีดนตรี

วัตถุประสงค์ของการเรียนสาขาเทคโนโลยีดนตรี คือ เพื่อเรียนรู้และเข้าใจการทำงานของ Sound ทฤษฎีพื้นฐานของหลักการทางเสียง เพื่อที่จะเป็น sound engineer หรือ sound designer ในห้องบันทึกเสียงและนอกสถานที่สำหรับการแสดงดนตรีสด เรียนรู้การใช้เครื่องมือของระบบเสียงครอบคลุมทั้งในระบบ analog และ digital เช่น ประเภทของไมโครโฟน, การใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์ทุกชนิดที่เกี่ยวกับระบบเสียงและเรียนรู้การสร้างผลงานดนตรีและเสียงประกอบด้วย computer music เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานดนตรีและเสียงประกอบสื่อทุกชนิด

ข้อกำหนดการสอบวิชาเฉพาะสาขา 1 วิชา ดังนี้
1. ข้อเขียน ใช้เวลา 120 นาที
วิชาเฉพาะสาขาวิชา เป็นการสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของไมโครโฟน และสามารถอธิบายในเชิงเปรียบเทียบได้ในกรณีที่มีหลักการทำงานที่คล้ายหรือแตกต่างกันระหว่างไมโครโฟนแต่ละประเภท, การกำเนิดเสียงและความเข้าใจในตัวชิ้นงานก่อนและหลังกระบวนการปรับแต่งเสียงว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร การวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อ signal flow, พื้นฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าเบื้องต้น, อุปกรณ์ในระบบเสียง, การผลิดดนตรีเชิงรวมด้วย computer music และ ความรู้ทั่วไปที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดนตรี

ข้อกำหนดการสอบ

เลือกสอบดนตรีประเภท (style)ดูข้อกำหนดการสอบของ
คลาสสิคปฏิบัติดนตรีคลาสสิค
ดนตรีไทยดนตรีไทยและตะวันออก
แจ๊สดนตรีแจ๊ส
Popดนตรีสมัยนิยม
ละครเพลงละครเพลง

ศูนย์สอบเทียบดนตรีแห่งประเทศไทย

เพื่อเป็นการวัดผลและเตรียมความพร้อมในการเข้าศึกษาในหลักสูตรเตรียมอุดมดนตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยมีข้อแนะนำให้ผู้สมัครดำเนินการสอบวิชาทฤษฎีดนตรีไทย วิชาทฤษฎีดนตรีตะวันตก/วิชาโสตทักษะ (ตามข้อกำหนดการสอบ) กับศูนย์สอบเทียบดนตรีแห่งประเทศไทย (TIME) เพื่อพิจารณาจัดระดับความสามารถ

ทั้งนี้ หากผู้สมัครไม่ได้สมัครสอบ TIME หรือมีผลคะแนนสอบ TIME ไม่ผ่าน (<60%) และเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาตามรอบการสอบของวิทยาลัย ผู้สมัครจะเป็นผู้สอบผ่านแบบมีเงื่อนไข และถูกจัดให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาปรับพื้นฐานในภาคการศึกษาปกติ (เข้าศึกษาแบบมีเงื่อนไขรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตร) ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาสามารถยื่นผลสอบผ่าน TIME (คะแนน 60% ขึ้นไป) เพิ่มเติมได้ เพื่อแก้เงื่อนไขรายวิชาเรียน ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564

ระดับ/สาขาวิชา ที่ต้องมีผลคะแนนสอบTIME (ทฤษฎีไทย)TIME (ทฤษฎีสากล)TIME (โสตทักษะ)
ปริญญาตรีปฏิบัติดนตรีคลาสสิคยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
แจ๊สยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
ดนตรีไทยและตะวันออกยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 5
ดนตรีสมัยนิยมยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
การประพันธ์ดนตรียื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
ละครเพลงยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
ดนตรีศึกษาและการสอน (สากล)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
ดนตรีศึกษาและการสอน (ไทย)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 5
ธุรกิจดนตรี (สากล)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
ธุรกิจดนตรี (ไทย)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 5
เทคโนโลยีดนตรี (สากล)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 12
เทคโนโลยีดนตรี (ไทย)ยื่นผล Grade 12ยื่นผล Grade 5

1) ศูนย์สอบเทียบดนตรีแห่งประเทศไทย สาขาศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โทรศัพท์ 02 7219894 - 7
2) ศูนย์สอบเทียบดนตรีแห่งประเทศไทย สาขาศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ บางแค โทรศัพท์ 02 4582680
3) ศูนย์สอบเทียบดนตรีแห่งประเทศไทย สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน โทรศัพท์ 02 1294542 - 6
4) ร้านค้าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โทรศัพท์ 02 8002525 ต่อ 2504, 2505

ติดต่อสอบถามข้อมูล TIME:www.timemusicexam.com โทรศัพท์ 02 4582680
ติดต่อยื่นผลสอบผ่าน TIME: msadmission@mahidol.edu, musicadmission@gmail.com