เมื่อดนตรีก้าวข้ามพรมแดนของวัฒนธรรม และพาผู้ฟังสำรวจความหมายของชีวิตผ่านเสียงดนตรี

12 มิ.ย. 2569

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย นำเสนอการแสดงดนตรีร่วมสมัยเชิงทดลอง Temple Timbre Transmission ณ มหาวิหารประดิษฐานพระไตรปิฎกหินอ่อน พุทธมณฑล

ผลงานดังกล่าวเป็นการสร้างสรรค์ทางวิชาการและศิลปะที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ André Mergenthaler ศิลปินร่วมสมัยจากราชรัฐลักเซมเบิร์ก โดยร่วมกันประพันธ์และถ่ายทอดบทเพลงผ่านการแสดงร่วมกับ Mahidol Experimental Ensemble

การแสดงครั้งนี้นำแนวคิดเกี่ยวกับพิธีกรรมหลังความตายในวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ผ่านภาษาดนตรีร่วมสมัย ผสานองค์ประกอบทางดนตรีและศิลปะการแสดงเพื่อสร้างประสบการณ์ Immersive ที่เชื่อมโยงผู้ฟังเข้ากับมิติทางจิตวิญญาณ ความทรงจำ และการเปลี่ยนผ่านของชีวิต

นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ต่อยอดจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยสู่การสื่อสารในบริบทสากล พร้อมสะท้อนบทบาทของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ในการเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ศิลปะ และวัฒนธรรมดนตรีระดับนานาชาติ

วิทยาลัยฯ ขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และ ฯพณฯ Patrick Hemmer เอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย สำหรับการสนับสนุนและความร่วมมืออันดียิ่ง ขอขอบคุณเป็นพิเศษแก่ คุณ Alfonso Martin ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sonos Libra พันธมิตรของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ สำหรับการสนับสนุนระบบเสียงที่ช่วยสร้างประสบการณ์ Immersive อันสมบูรณ์และเปิดมิติใหม่ของการรับฟังให้แก่ผู้ชมทุกท่าน รวมถึงขอขอบพระคุณ คุณเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้

ค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแสดง หากยังเป็นบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรม เป็นการส่งผ่านความคิด ความเชื่อ และความงดงามของมนุษยชาติผ่านภาษาสากลที่เรียกว่า “ดนตรี”