สาขาวิชาการอำนวยเพลง

สาขาวิชาการอำนวยเพลง

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Conducting Dept photo

สาขารวมวงใหญ่ (Large Ensemble)
วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ได้เติบโตขึ้นทั้งวิทยาลัย บุคลากร นักเรียนและนักศึกษา และพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ทันสมัย เพื่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนนักศึกษา ในการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งกลุ่มการเรียนรวมวงใหญ่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงพัฒนาการของวิทยาลัย ทั้งความสามารถ ความเข้าใจในบทเพลงและนักประพันธ์และการเรียนรู้ในการปฏิบัติเครื่อง ดนตรี รวมไปถึงทักษะการปฏิบัติการบรรเลงร่วมกันในรูปแบบวงขนาดใหญ่ ซึ่งนักเรียนและนักศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนวิชาดนตรีอื่นๆและการประกอบอาชีพในอนาคต การแสดงของวงใหญ่แต่ละวงนั้นจะจัดขึ้น ครั้งละ ๑-๒ ครั้ง เป็นประจำทุกการศึกษา โดยมีการฝึกซ้อม ๔ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นประจำ

Mahidol University Wind Bands
วงดุริยางค์เครื่องลมของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาจากกลุ่มเล็กๆจนกระทั่งเริ่มเป็นวงราว พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยใช้ชื่อ Mahidol Symhonic Band ต่อมา เมื่อวิทยาลัยได้เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ มีนักเรียนนักศึกษาเครื่องลมจำนวนมากขึ้น วิทยาลัยได้จัดการเรียนเป็น ๒ วง คือ Mahidol Wind Symphony และ Mahidol Symphonic Band โดยมีการสอบคัดเลือกนักดนตรี เพื่อเข้าวงนั้นๆเสมอเป็นประจำทุกปีการศึกษา ปัจจุบันวิทยาลัยมี วงดุริยางค์เครื่องลม ถึง ๔ วงด้วยกัน โดยวงที่เพิ่มขึ้นมาคือวง Mahidol Concert Band ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ และวงประเภทเครื่องทองเหลืองที่ได้ชื่อว่า Mahidol Brass Band ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมีอีกในปี
พ.ศ. ๒๕๕๕ อีกด้วย

Mahidol University Wind Symphony
วง Mahidol Wind Symphony เป็นวงดุริยางค์เครื่องลมที่มีนักดนตรีประมาณ ๕๐ คน โดยมากจะใช้แนวเสียงละ ๑ คน เหมือนเช่นกับการเล่นกลุ่มเครื่องเป่า ในวงออร์เคสตร้า ซึ่งนักดนตรีจะต้องเป็นสมาชิกที่มีศักยภาพมาก โดยตัวบทเพลงที่ถูกนำมาเล่นนั้น มีทั้ง บทเพลงสมัยใหม่ บทเพลงร่วมสมัย บทเพลงยุคศตวรรษดนตรีที่ ๑๗ ถึง ๒๐ บทเพลงที่เรียบเรียงขึ้น และ บทเพลงแชมเบอร์มิวสิค

วงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony)
ได้มีผลงานการแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ งาน Thialand International Trumpet Guild ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และในงาน World Saxophone Congress ครั้งที่ ๑๕ ใน พ.ศ. ๒๕๕๑ ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รับเชิญให้บรรเลงในงาน Yamaha Australian National Band Championships เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๓ ที่เมืองโฮบาต ณ ประเทศออสเตรเรีย อีกทั้งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง ๒๕๕๗ ได้บรรเลงเพลงร่วมสมัยและเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ในงาน ในงาน Thailand International Composition Conference อีกด้วย วงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) ได้บรรเลงวงประกอบกับนักดนตรีระดับโลก เช่น Dr. Timothy Roberts, Dr. Amanda Pepping, Dr. Jonathan Helton, Dr. Clifford Leaman, Dr. Jean-Feancois Guay, และ American Horn Quartet อีกทั้งวงยังได้บรรเลงภายใต้วาทยากรรับเชิญ เช่น Johan Demij, Dr. Danish Fisher, Dr. Robert Cameron และ Dr. Timothy Paul นอกจากนั้นวงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) ได้มีผลงานอัดแผ่นเสียงที่มีชื่อว่า Winds of Salaya ใน พ.ศ. ๒๕๕๕ อีกด้วย วงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) มีผู้อำนวยเพลงหลักมากมายหลายชาติ ได้แก่ Mr. Chatchai Phoopatiwate, Mr. Pinai Preechaporn, Dr. James Sherry, Mr. Shuichi Komiyama, Major Prateep Suphanrojn, Dr. Christopher Hughes, Dr. Gregg Gausline, Ms. Pamornpan Komolpamorn Dr. Erin Bodnar และ ในปัจจุบัน คือ Dr. Thanapol Setabrahmana

Mahidol University Brass Band
วงมหิดลบราสแบนด์ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยความร่วมมือของนักเรียนกลุ่มเครื่องทองเหลืองและเครื่องกระทบ ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ที่ศึกษาอยู่ในช่วงเวลานั้น ภายใต้การควมคุมวงของ อาจารย์ ภมรพรรณ โกมลภมร การรวมกลุ่มบราสแบนด์นี้ เป็นการรวมกลุ่มในรูปแบบกลุ่มทองเหลืองของรูปแบบดั่งเดิม
ของประเทศอังกฤษ ซึ่งถือได้ว่าที่มหิดลเป็นที่แรกของเมืองไทยที่มีการประสมวงรูปแบบดั่งเดิมอย่างนี้ขึ้น โดยใช้เครื่องดนตรีแบบดั่งเดิม และบทเพลงที่ประพันธ์เพื่อการประสมกลุ่มแบบบราสแบนด์โดยเฉพาะ นักเรียนกลุ่มเครื่องทองเหลืองในวงบราสแบนด์นั้น จะต้องมีทักษะการเล่นที่สูงมากเพื่อที่จะเล่นโน้ตที่มีระดับเสียงที่สูง, จำนวนโน้ตเยอะและเร็วให้เหมือนกับกลุ่มเครื่องลมไม้ แต่ก็ยังคงความเป็นกลุ่มเครื่องทองเหลืองที่มีทั้งสีสัน สว่างไสว, อุ่น, ลุ่มลึก และ เข็มแข็ง อีกด้วย วงมหิดลบราสแบนด์ได้เกียติรับเชิญให้เข้าร่วมแสดงในงาน Tubamanie ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ ประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นงานกลุ่มเครื่องบราสเสียงต่ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียว
โดยวงมหิดลบราสแบนด์ยังได้เกียรติ ได้รับเลือกเป็นวงบรรเลงประกอบให้กับนักเดี่ยวะดับโลก เช่น Steve Rossee, Steven Mead และ Matt Van Emmerik เป็นต้น นอกจากนั้น ในปีเดียวกัน ได้ถูกรับเชิให้ไปแสดง ร่วมในงาน Thailand International Brass Festival และมีโอกาสเป็นวงบรรเลงประกอบให้กับศิลปินชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ อาจารย์เลิศเกียรติ จงจิรจิต และ อาจารย์ สิทธิชัย อ่องสะอาด ปัจจุบันวงมหิดลบราสแบรนด์นั้น ได้เป็นที่จับตามองและได้รับความสนใจจากศิลปินจากต่างประเทศอย่างมากมาย ซึ่งการที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ สามารถตั้งกลุ่มดนตรีบราสแบนด์ได้นั้น แสดงถึงศักยภาพสูงของนักดนตรีกลุ่มเครื่องทองเหลืองที่มีการพัฒนาขึ้นมากของวิทยาลัยแห่งนี้!!!

Mahidol Symphonic Band
วงมหิดลซิมโฟนิกแบนด์เป็นวงเครื่องลมขนาดใหญ่ มีนักศึกษาประมาณ ๖๐ คน ซึ่งมีการบรรเลงบทเพลงทั้งไทยและต่างประเภท โดยนักประพันธ์ยุคต่างๆ รวมถึงนักประพันธ์ยุคปัจจุบันด้วย ซึ่งบทเพลงที่นำมาบรรเลงนั้นเป็นบทเพลงมาตรฐานของวงดุริยางค์เครื่องลม โดยมุ่งเน้นเพื่อเตรียมความพร้อมของนักเรียนในการรวมวงให้ก้าวไปสู่วงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) ที่มีการบรรเลงบทเพลงที่มีความท้าทายและยากมากขึ้น ในระดับมืออาชีพต่อไป วงมหิดซิมโฟนิกแบนด์ (Mahidol Symphonic Band) ได้มีผลงานอัดแผ่นเสียงที่มีชื่อว่า Winds of Salaya ร่วมกับวง วงมหิดลวินด์ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) ใน พ.ศ. ๒๕๕๕

Mahidol Concert Band
วงมหิดลคอนเสิร์ตแบนด์เป็นวงของนักเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งมีนักเรียนประมาณ ๖๐-๗๐ คน โดยมีการแสดงเป็นประจำทุกภาคการศึกษา ในทุกภาคการศึกษาที่ ๑ นั้น นักเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษาทั้งหมดจะมีการแสดงคอนเสิร์ตร่วมกัน โดยความร่วมมือของนักเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษา ในการระดมความคิด หลักแนวความคิดของการแสดงในคอนเสิร์ต การจัดการ และองค์ประกอบของการแสดงต่างๆ ในด้านบทเพลงที่นำมาบรรเลงนั้นเป็นบทเพลงมาตรฐานของวงดุริยางค์เครื่องลมและเพลงระดับพื้นฐาน เพื่อจุดประสงค์ในการเรียนรู้การบรรเลงร่วมกันในรูปแบบรวมวงใหญ่เบื้องต้น

Amass Chamber Ensemble
วงเอแมสแชมเบอร์นั้นถูกก่อตั้งโดยอาจารย์ ภมรพรรณ โกมลภมร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓ ภายใต้แนวคิดที่อยากจะพัฒนารูปแบบการประสมวงแบบกลุ่มเล็กของนักดนตรีชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องลมที่อันถือได้ว่าเป็นรากเหง้าของวงดุริยางค์เครื่องเป่าและวงออร์เคสต้าในปัจจุบัน รูปแบบของบทเพลงนั้นจะบรรเลงเพลงในหลากหลายยุคสมัยและเชื่อชาติ ไม่เพลงแต่บรรเลงเพลงที่มีการประสมของกลุ่มเครื่องลมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังบรรเลงบทเพลงผสมของเครื่องสาย, เครื่องกระทบและขับร้องเข้ามาอีกด้วย อีกทั้งยังสนับสนุนการเดี่ยวเครื่องดนตรีต่างๆของนักดนตรีไทยรุ่นใหม่ที่มากด้วยความสามารถกับกลุ่มวงอีกด้วย พร้อมทั้งเป็นกลุ่มที่บรรเลงเพลงของนักประพันธ์เยาวนไทยรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน

Mahidol University Orchestras
วงมหิดลซิมด์โฟนีออร์เคสตร้า (Mahidol Symphony Orchestra) เป็นวงดุริยางค์ แห่งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม. มหิดล ซึ่งแต่แรกเริ่มนั้นมีเพียงแค่กลุ่มเครื่องสายอย่างเดียวและบรรเลงเพลงที่มีขนาดเล็ก ในปัจจุบัน วงมหิดลซิมโฟนีออร์เคสตร้า มีจำนวนนักเรียนประมาณ ๕๐ คน มีการเลงบทเพลงซิมโฟนีขนาดใหญ่และบรรเลงร่วมกับนักบรรเลงเดี่ยวมากมาย อีกทั้งยังได้แสดงในงาน Thailand International Piano Competition ครั้งที่ ๑ อีกด้วย ในปัจจุบันนักเรียนกลุ่มเครื่องสายของวิทยาลัยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งปัจจุบัน วิทยาลัยมีวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าทั้งหมด ๒ วง ซึ่งวงที่เพิ่มขึ้นมาคือวงมหิดลคอนเสิร์ตออร์เคสตรา (Mahidol Concert Orchestra) ซึ่งเป็นวงของนักเรียนในระดับเตรียมอุดมศึกษา มีจำนวนนักเรียนประมาณ ๖๐-๗๐ คน

Mahidol University Classical Choirs 

วงขับร้องประสานเสียงของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลนั้น ปัจจุบันมีทั้งหมด ๖ วงด้วยกันประกอบไปได้วง Mahidol University Chamber Choir, Mahidol University Symphonic Choir, Mahidol University Male Choir, Mahidol University Choir, Mahidol Univerity Pre-college Chamber Choir และ Mahidol University Pre-college Symphonic ซึ่งมีการสอบคัดเลือกเพื่อเข้ากลุ่มเป็นประจำทุกปีการศึกษา วงขับร้องประสานเสียงของวิทยาลัยนั้น ได้จัดการเรียนการสอนในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งมีการแสดงและการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการแสดงและขับร้องให้กับนักศึกษา อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ มีประสบการณ์ในการแสดงบนเวทีจริงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ วงขับร้องประสานเสียงของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดรับนักศึกษาทุกแขงวิชา ทุกกลุ่มเครื่องดนตรีและเอกการขับร้อง ซึ่งการเรียนขับร้องประสานเสียงนั้นมีความมุ่งเน้นในการเรียน และความเข้าใจทางด้านทักษาการอ่านโน้นแบบฉลับพลัน การเรียนรู้ถึงแนวทำนองหลักโดยการร้องเพลง พร้อมไปกับการฟังท่วงทำนองแนวประสาน การตีความหมายของเนื้อร้องและคำพูด แล้วสื่อสารออกมาโดยการขับร้องบทเพลงร่วมกันในกลุ่มใหญ่ ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเล่นดนตรีทุกกลุ่มเครื่องดนตรี เป็นการเรียนรู้ความเข้าใจในดนตรีได้ใกลล้ตัวนักศึกษามากที่สุด วงขับร้องประสานเสียงในวิชารวมใหญ่ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์นั้น แยกออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่คือ กลุ่มนักเรียนอุดมดนตรี และ แตรียมอุดมดนตรี ประเภทของวงขับร้องประสานเสียงระดับอุดมดนตรีมีการแบ่งออกไปตามทักษะของนักศึกษา ระดับความยากง่ายของบทเพลงและจำนวนนักเรียนและนักศึกษา ได้แก่ Mahidol University Chamber Choir เป็นวงขับร้องผสมชายหญิง ที่มีจำนวนนักศึกษาประมาณ ๓๐ คน โดยตัวบทเพลงที่นำมาเล่นนั้น มีทั้งบทเพลงร่วมสมัย บทเพลงยุคศตวรรษดนตรีที่ ๑๔ ถึง ๒๐ บทเพลงที่เรียบเรียงขึ้นและบทเพลงแชมเบอร์มิวสิค ซึ่งบทเพลงจะมีความยากและมีรูปการขับร้องเดี่ยวกับกลุ่มใหญ่ วงขับร้องประสานเสียงมหิดลแซมเบอร์นี้ได้แสดงร่วมกับวงออร์เคสตรา และร่วมแสดงในงานต่างๆมากมายทั่วประเทศ ต่อมา วง Mahidol University Symphonic Choir เป็นวงขับร้องผสมชาย หญิง เช่นกัน แต่ขนาดใหญขึ้น ซึ่งมีจำนวนนักศึกษาประมาณ ๗๐ คน ซึ่งบทเพลงจะมีความยากระดับกลาง และวงสุดท้าย Mahidol University Male Choir เป็นวงขับร้องชายล้วน ที่มีจำนวนทั้งสิ้นนักศึกษาประมาณ ๗๐ คน เรียนบทเพลงในระดับพื้นฐาน ประวงขับร้องประสานเสียงระดับเตรียมอุดมดนตรีมีการแบ่งออกไปตามทักษะของนักเรียนและระดับความยากของบทเพลงเช่นกัน ได้แก่ Mahidol Pre-college Chamber Choir Choir เป็นวงขับร้อง ผสมชาย หญิง ที่มีจำนวนนักศึกษาประมาณ ๓๐ คน ซึ่งบทเพลงจะมีความยากปลานกลาง โดยประสานเสียง ๔ แนว เรียนรู้บทเพลงในยุคเรเนสซองจนถึงบทเพลงศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่ง อีกวงหนึ่งคือ วง Mahidol Pre-college Symphonic Choir จะขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งมีจำนวนนักเรียนประมาณ ๗๐ คน โดยมากเป็นบทเพลงในยุคคลาสสลิคหรือเป็นบทเพลงที่มีเนื่อหาเข้าใจง่าย

Mahidol University Choir
คณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวงวงขับร้องประสานเสียงวิชารวมวงเลือก ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยวิสัยทัศน์ของคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.ดร. สุกรี เจริญสุข โดยมีแนวคิดเพื่อการมีกิจกรรมร่วมกันของหลากหลายคณะภายในรั้วมหาวิทลัยมหิดล มีการซ้อมร่วมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งมีอาจารย์ ฤทธิ์ ทรัพย์สมบูรณ์ เป็นผู้อำนวยเพลงและควบคุมการฝึกซ้อม คณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดลมีจำนวนนักเรียนประมาณ ๓๐ คน มีการร้องบทเพลงทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งคณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับเชิญไปแสดงตามที่ต่างๆมากมายทั้งในและต่างประเทศ
คณะนักร้องได้ออกแสดงต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในโครงการประกวดการขับร้องเพลงประสานเสียงอุดมศึกษา เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ซึ่งคณะนักร้องได้แสดงความสามารถในการร้องอย่างโดดเด่น และได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันระดับภาค และรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ ในการประกวดระดับประเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งจากการได้รับรางวัลจากการประกวดนี้ ทำให้คณะนักร้องเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และได้มีโอกาสแสดงในงานสำคัญต่างๆของมหาวิทยาลัย รวมทั้งงานในระดับชาติ อาทิ เช่น งานรักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับวง Thailand Philharmonic Orchestra และงานประชุมนานาชาติ APAIE ใน พ.ศ. ๒๕๕๕ อีกด้วย ต่อมาคณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันในรายการ XII Moscow International Children’s and Youth Choral Festival “Moscow Sounds” (MICYCF ๒๐๑๒) เทศกาลการขับร้องประสานเสียงระดับนานาชาติ ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศรัสเซีย โดยมีผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ ได้แก่ โปแลนด์ บัลแกเรีย ยูเครน รัสเซีย ฯลฯ โดยที่วงขับร้องประสานเสียง MU CHOIR เป็นตัวแทนจากประเทศไทยและเอเชียเพียงวงเดียว ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ คณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ถูกเชิญให้ไปแสดง ณ ประเทศโปแลนด์และสโลวาเกีย อีกทั้งเดินทางไปแข่งขันในงานการแข่งขันการขับร้องประสานเสียง Slovakia Cantat พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ กรุงบราติสลาวา สาธารณรัฐสโลวักที่ประเทศสโลวาเกียโดยได้รับรางวัลเหรีญเงินจากการแข่งขันประเภทนักร้องเยาวชนผสมอายุไม่เกิน ๒๑ ปี และประเภทเพลงศาสนาคนผิวดำ

frases de la vida frases de enamorados