*The College of Music, Mahidol University has been reviewed according to the MusiQuE standards in 2020

Admission Requirements – Doctor of Music

หลักสูตรดุริยางคศาสตรดุษฎีบัณฑิต (DM)

สาขาการแสดงดนตรี

แสดงคอนเสิร์ตความยาวอย่างน้อย 30 นาที โดยต้องแสดงถึงความสามารถในการแสดงและการถ่ายทอดทางดนตรีในระดับสูง ผลงานที่นำมาบรรเลงควรมาจาก standard repertoire ของยุคสมัยที่หลากหลายและมีสไตล์ที่ต่างกัน ทั้งนี้จะต้องมีการบรรเลงผลงานที่มีหลายองก์หนึ่งบทด้วย

* ทั้งหมดจะต้องเล่นจากความจำ

1. ผู้เข้าสอบต้องบรรเลงบันไดเสียงเมเจอร์ ไมเนอร์ และอาร์เปจโจ โดยผู้เข้าสอบสามารถเลือกบันไดเสียงที่จะบรรเลง และจำนวน Octaves ได้ และต้องทำการบรรเลงทั้งแบบแยกคันชัก (seperate) และ รวบคันชัก (slurred)

2. ผู้เข้าสอบเลือกบรรเลง 1 บทเพลงตามถนัดจาก Bach’s solo sonatas/partitas/suites ตามเครื่องดนตรี (รวมเครื่องดนตรี Harp)

3. ผู้เข้าสอบต้องทำการบรรเลง 2 บทเพลงที่มีความแตกต่างกันทางด้านจังหวะและยุคสมัย เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านการตีความบทเพลงเเละเทคนิคต่างๆ (ทั้งนี้ผู้เข้าสอบสามารถเลือกใช้เป็น 1 บทเพลงและ 1 แบบฝึกหัดได้) โดยทั้ง 2 บทเพลงควรมีเวลาในการบรรเลงรวมกันไม่เกิน10 นาที ในการสอบแนะนำให้ผู้เข้าสอบใช้ผู้บรรเลงประกอบ (accompaniment) ร่วมด้วย

4. การทดสอบการอ่านโน๊ตแบบเฉียบพลัน (sight-reading)

*If the audition is performed online this step can be skipped.

1. เทคนิค ในกรณีแสดงสด ผู้สมัครต้องเตรียมเสกลเมเจอร์ (Major) ไมเนอร์ (Minor) และอาร์เพจจิโอ (Arpeggios) ทุกสเกล หากใช้วิธีบันทึกการแสดง ผู้สมัครจะต้องเลือกเล่น 3 สเกลจากเมเจอร์คีย์ รวมถึงอาร์เพจจิโอ และเล่น 3 สเกลจากไมเนอร์คีย์ รวมถึงอาร์เพจจิโอ

2. บทเพลง

  1. ผู้สมัครต้องแสดงคอนเสิร์ต (Recital) เป็นระยะเวลา 30 นาที โดยแสดงทักษะขั้นสูงในเรื่องอารมณ์เพลงและเทคนิค บทเพลงที่เลือกควรมาจากบทเพลงในเกณฑ์มาตรฐาน และมาจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน ทั้งนี้บทเพลงต้องมีสไตล์ที่แตกต่างกันรวมถึงต้องทีอย่างน้อยที่เป็นบทเพลงขนาดใหญ่ เช่น คอนแชร์โต (Concerto) โซนาตา (Sonata) ฯลฯ หากบทเพลงจำเป็นต้องมีเปียโนประกอบ ผู้สมัครต้องแสดงกับนักเปียโนตามข้อกำหนดของบทเพลง
  2. ผู้สมัครต้องแสดงท่อนคัดเลือกจากเพลงออเครสตร้า (Orchestral Excerpts) ที่แสดงความหลากหลายของจังหวะและสไตล์

3. การอ่านโน้ตแบบฉับพลัน

คณะกรรมการอาจให้อ่านโน้ตแบบฉับพลันในกรณีแสดงสด

1. ผู้สมัครจะต้องทำการแสดงเดี่ยวเป็นเวลา 30 นาที ที่แสดงถึงทักษะต่างๆ ในการแล่นบทเพลงขั้นสูง บทเพลงที่ใช้ต้องเลือกจากบทเพลงมาตรฐานที่แตกต่างกันทางด้านยุคสมัย อีกทั้งต้องมีความแตกต่างทางด้านสไตล์ของบทเพลงและต้องมีอย่างน้อย 1 บทเพลงที่เป็นเพลงมาตรฐาน (Concertos หรือ Sonata เป็นต้น) ต้องมีนักเปียโนประกอบ (Piano Accompaniment)

2. เตรียม Orchestral Excerpts บทเพลงมาตรฐาน 5 บทเพลง โดยสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง ซึ่งต้องแสดงถึงสไตล์ทางดนตรีที่หลากหลาย

1. Snare drum: 1 บทเพลง solo และ 2 orchestra excerpts

  • Choose one etude from 12 Etudes by Delecluse or a solo piece up to 5 minutes, should be recital solo performance level.
  • เลือก 2 excerpts
  • อาจมีการเรียกสอบ sight-reading

2. Mallets: 2 บทเพลง marimba solo และ 2 orchestra excerpts

  • Two mallets – any piece from J.S. Bach Sonatas and Partitas for solo violin or Suites for solo cello.
  • Four Mallets – บทเพลง marimba solo ที่ประพันธ์ขึ้นในศตวรรษที่ 20 หรือ บทเพลง marimba concerto (ไม่ต้องมี accompaniment) ที่มีความยาวประมาณ 15-20 นาที ระดับเพลงเทียบเท่า recital
  • เลือก 1 xylophone excerpt และ 1 glockenspiel excerpt
  • อาจมีการเรียกสอบ scales และ arpeggios จากทุก scales รวมถึงการสอบ sight-reading

3. Timpani: 1 บทเพลง solo, 2 orchestra excerpts

  • เลือก 1 บทเพลง solo recital ที่มีความยาวไม่เกิน 5 นาที
  • เลือก 2 orchestra excerpts จาก 2 ยุคที่แตกต่างกัน

4. Drum Set/ Multiple Percussion: สาธิตเทคนิคการตี (กลองชุด) และ 1 บทเพลง solo (Multiple Percussion หรือกลองชุด)

  • ทักษะและจังหวะขั้นพื้นฐานต่าง ๆ (กลองชุด)
  • 1 บทเพลง solo ที่มีความยาวไม่เกิน 5 นาที (กลองชุด หรือ Multiple Percussion) และต้องเป็นบทเพลง solo recital ที่มีการตีพิมพ์ score จากสำนักพิมพ์ ไม่อนุญาตให้ improvise นอกเหนือจาก score

ผู้เข้าสอบจะต้องทำการแสดงรีไซทอล 30 นาที ซึ่งต้องแสดงถึงความสามารถขั้นสูงทางด้านดนตรีและทักษะเทคนิคการร้องเพลงที่ชำนาญ

1. แบบฝึกหัด 2 บท: (ร้องเสียง “อา”)

  1. มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Accompanied) –เลือกแบบฝึกหัด 1 บทจาก The Art of Singing (Twenty-Four Vocalises), Op. 81 โดย Heinrich Panofka หมายเลข 1- 4
  2. ไม่มีนักเปียโนบรรเลงประกอบ (Unaccompanied) – แบบฝึกหัดหมายเลข 12 จาก J. Lyon, Vocal Studies

2. บทเพลง 6 เพลง:

  1. บทเพลง Aria 1 เพลง จาก Oratorio หรือ Cantata
  2. บทเพลง Aria 1 เพลง จาก Opera หรือ Operetta
  3. บทเพลงร้อง ภาษาเยอรมัน 1 เพลง (Lied)โดยนักประพันธ์ท่านใดก็ได้
  4. บทเพลงร้อง ภาษาฝรั่งเศส 1 เพลง ประพันธ์โดย Delibes, Franck, Berlioz, Debussy, Ravel, Faure, หรือ Duparc
  5. บทเพลงร้อง ภาษาอังกฤษ 1 เพลง ที่ประพันธ์หลังปี ค.ศ.1900
  6. บทเพลงเลือกตามความถนัด 1 เพลง

หมายเหตุ: 1 บทเพลงจาก ก. หรือ ข. จะต้องเป็นภาษาอิตาเลียน

3. การร้องโน้ตฉับพลันและโสตทักษะ (Sight-singing and Aural Skills) ผู้เข้าสอบจะต้องอ่านและร้องโน้ตฉับพลัน 1 - 2 เพลงสั้น โดยไม่มีเปียโนบรรเลงประกอบ กรรมการจะให้ผู้เข้าสอบร้องบันไดเสียง (Scale) และ/หรือ ประโยคโน้ตสั้นๆ และ/หรือ ประโยคเพลงสั้นๆตามที่กรรมการเลือก

4. สอบสัมภาษณ์

- บทเพลงทุกเพลงที่เลือกใช้ในการสอบ จะต้องร้องในภาษาต้นฉบับ ไม่สามารถทำให้ง่ายขึ้นหรือเรียบเรียงใหม่ - บทเพลงสอบทุกบทเพลงจะต้องร้องจากความจำ ยกเว้นแบบฝึกหัดในข้อ 1.ข - ผู้เข้าสอบจะต้องเตรียมนักเปียโนบรรเลงประกอบของตัวเองมาในวันสอบ - รายชื่อแบบฝึกหัดและบางบทเพลงที่ใช้ในการสอบข้อ ก. ข. สามารถขอได้โดยติดต่อสอบถามได้ที่สาขาวิชาขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

1. บทเพลง

  1. ผู้สมัครต้องแสดงเดี่ยวบทเพลงเป็นเวลา 50 ถึง 60 นาที (ยกเว้น concerto) เพื่อที่แสดงศักยภาพด้านเทคนิคและทางดนตรี
  2. เลือกบทเพลงจากบทเพลงมาตรฐานจากยุคที่แตกต่างกัน
  3. บทเพลงที่เลือกมาแสดงควรเลือกบทเพลงที่มีสไตล์ที่แตกต่างและมีบทเพลงหลักอย่างน้อย 1 บทเพลง ตัวอย่างเช่น โซนาตา
  4. ต้องบรรเลงจากความจำ

ข้อเขียน: เขียนบทความ 1 ถึง 2 หน้า double spaced (ขนาดตัวอักษร 12 points) โดยใช้ฟอนต์ Time News Roman ส่งบทความเป็น PDF เขียนเป็นภาษาอักกฤษในหัวข้อ “Piano playing in the 21st century” หรือ “Your career goals”

**สำหรับผู้สมัครสอบชาวต่างชาติและผู้สมัครที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาสอบ สามารถส่งวีดีโอการเล่นต่อเนื่องตามบทเพลงที่กำหนดให้โดยที่ไม่มีการตัดต่อในรูปแบบของ YouTube หรือ Google Drive หรือวิธีอื่นๆ โดยต้องส่ง link แนบมาพร้อมกับใบสมัคร

ข้อกำหนดสำหรับการส่งวีดิโอสำหรับออดิชัน

  1. กรุณาอัดวีดีโอแนะนำตัว 1 นาทีที่มีข้อมูลดังต่อไปนี้:
  • ชื่อ
  • ระดับการศึกษาและวิชาเอก
  • โรงเรียนและอาจารย์ที่สอนรวมถึงระดับการเล่นเปียโน
  • อื่นๆ
  1. ข้อกำหนดของการบันทึกภาพและเสียง:
  • แต่ละบทเพลงต้อง upload file แยกกัน Each piece must be uploaded as separate files
  • แต่ละวีดีโอต้องตั้งชื่อด้วย ชื่อนักประพันธ์เพลง และชื่อเพลงหรือชื่อท่อน
  • ต้องอยู่ใน format ดังนี้: avi, .flv, .m1v, .m2v, .m4v, .mkv, .mov, .mpeg, .mpg, .mp4, .webm, .wmv
  • ไม่มีการตัดต่อแก้ไขและต้องแสดงโดยผู้สมัครสอบเท่านั้น
  • ต้องทันสมัย (ต้องมีอายุไม่เกินสองปีจากวันที่ยื่นใบสมัคร)
  1. Appendix

ตัวอย่างของcadence ในทุกการพลิกกลับ (บันใดเสียง C major)

เครื่องสายไทย เครื่องมือ ซอด้วง ซออู้ ซอสามสาย จะเข้ ขิม ขลุ่ยเพียงออ

  1. สอบปฏิบัติในเครื่องมือเอก ในระดับบทเพลงเดี่ยว อัตราจังหวะ 3 ชั้น หน้าทับปรบไก่ ไม่น้อยกว่า 6 จังหวะหน้าทับและขับร้องเดี่ยวอิสระ 1 เพลง เป็นอย่างต่ำ
  2. พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการบรรเลง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง
  3. ผู้เข้าสอบต้องเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ผลงานที่น่าสนใจและไม่เคยมีมาก่อน ในระดับที่น่าสนใจ
  4. ผู้เข้าสอบต้องอธิบายประวัติบทเพลงต่างๆ ที่เตรียมมาสอบได้อย่างถูกต้องและสามารถตอบคำถามของคณะกรรมการในเรื่องทฤษฎีได้ในระดับสมควร
  5. ผู้เข้าสอบต้องมีทักษะ ในการแปลทำนอง เพลงไทยจากทางฆ้องวงใหญ่ที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้

 

เครื่องปี่พาทย์ เครื่องมือ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ปี่ใน ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ปี่ใน

  1. Play the song Napat Prapirapdem-ong and a solo song of not less than 64 measures and 1 “Tap 1 Tap” song set.
  2. พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการบรรเลง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง
  3. ผู้เข้าสอบต้องเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ผลงานที่น่าสนใจและไม่เคยมีมาก่อน ในระดับที่น่าสนใจ
  4. ผู้เข้าสอบต้องอธิบายประวัติบทเพลงต่างๆ ที่เตรียมมาสอบได้อย่างถูกต้องและสามารถตอบคำถามของคณะกรรมการในเรื่องทฤษฎีได้ในระดับสมควร
  5. ผู้เข้าสอบต้องมีทักษะ ในการแปลทำนอง เพลงไทยจากทางฆ้องวงใหญ่ที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้

 

เครื่องหนังไทย

  1. Play the song Natap Pleng Drahomrong,Natapsameu and Natap Pleng Chut Homrongyen with a Tapon Thai and Glongtat and also play a Natap to accompany a solo provided by the committee with a Glongkaek and Rammana.
  2. พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการบรรเลง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง
  3. ผู้เข้าสอบต้องเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ผลงานที่น่าสนใจและไม่เคยมีมาก่อน ในระดับที่น่าสนใจ
  4. ผู้เข้าสอบต้องอธิบายประวัติบทเพลงต่างๆ ที่เตรียมมาสอบได้อย่างถูกต้องและสามารถตอบคำถามของคณะกรรมการในเรื่องทฤษฎีได้ในระดับสมควร
  5. ผู้เข้าสอบต้องมีทักษะ ในการแปลทำนอง เพลงไทยจากทางฆ้องวงใหญ่ที่คณะกรรมการจัดเตรียมให้

 

เครื่องดนตรีพื้นบ้าน

  1. สอบปฏิบัติ ให้ใช้ลายเดี่ยวขั้นสูงในกลุ่มลายทางยาวและลายทางสั้น ในเครื่องดนตรี พิณ แคน โปงลาง
  2. พิจารณาจากทักษะวิธีการบรรเลง และความสมบูรณ์ถูกต้องแม่นยำของการบรรเลง ลักษณะเสียงและเทคนิควิธีการบรรเลงที่ถูกต้อง
  3. ผู้เข้าสอบต้องเสนอแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ ผลงานที่น่าสนใจและไม่เคยมีมาก่อน ในระดับที่น่าสนใจ
  4. ผู้เข้าสอบต้องอธิบายประวัติบทเพลงต่างๆ ที่เตรียมมาสอบได้อย่างถูกต้องและสามารถตอบคำถามของคณะกรรมการในเรื่องทฤษฎีได้ในระดับสมควร

(เครื่องดนตรีที่เปิดรับ: กลุ่มเครื่องเป่าลมไม้ เครื่องเป่าทองเหลือง กีต้าร์ไฟฟ้า เปียโน ดับเบิ้ลเบส และกลองชุด

Pieces: ผู้สมัครจะต้องบรรเลงทั้งหมด 3 เพลงด้วยความจำ (ห้ามดูโน้ต) ตามข้อกำหนดดังนี้

1. เลือกบรรเลง 1 เพลงตามความถนัด จากเพลงดังต่อไปนี้

  1. Confirmation by Charlie Parker
  2. Joy Spring by Clifford Brown
  3. Cherokee by Ray Noble
  4. Stablemates by Benny Golson
  5. Stella by Starlight by Victor Young
  6. Speak No Evil by Wayne Shorter
  7. Yes or No by Wayne Shorter
  8. Giant Steps by John Coltrane
  9. The Sorcerer by Herbie Hancock
  10. Infant Eyes by Wayne Shorter
  11. 26-2 by John Coltrane

โดยการบรรเลงจะประกอบด้วย ทํานองเริ่มต้น 1 เที่ยว (head in 1 chorus) Solo Improvisation อย่างน้อย 2 เที่ยว (solo Improvisation at least 2 choruses) ทํานองจบ 1 เที่ยว (head out 1 chorus) โดยผู้สมัครสอบจะต้องจัดเตรียมผู้บรรเลงเครื่องประกอบ (accompaniment) มาร่วมบรรเลงในวันสอบออดิชั่นด้วย ทั้งนี้ การเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นเองถือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

2. บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเอง 1 เพลง โดยบทเพลงนั้นจะต้องเป็นเพลงที่สามารแสดงให้เห็นถึงความสามารถขั้นสูงของผู้สอบในด้านต่างๆเช่น ความสามารถในการบรรเลงดนตรีแจ๊ส ความเข้าใจในรูปแบบของจังหวะต่างๆ ฮาร์โมนีของดนตรีแจ๊ส และความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับสไตล์ในลักษณะต่างๆ

หมายเหตุ: ผู้สมัครสอบจะต้องจัดเตรียมผู้บรรเลงเครื่องประกอบ (accompaniment) มาร่วมบรรเลงในวันสอบออดิชั่นด้วย 

สำหรับผู้สมัครสอบกลองชุด ผู้สอบจะต้องสามารถบรรเลงเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเองโดยใช้เปียโนได้ด้วย โดยการบรรเลงโดยใช้เปียโนนั้น อาจจะเป็นการบรรเลงร่วมกับผู้บรรเลงประกอบหรือบรรเลงเดี่ยวก็ได้ และไม่จำเป็นต้องมี solo improvisation

3. บทเพลงแจ๊สขั้นสูง 1 เพลง โดยผู้สอบจะต้องเลือกบทเพลงที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากสองเพลงที่ผู้สอบเลือกจากสองข้อกำหนดแรก

สาขาการประพันธ์ดนตรี

ส่งผลงานการประพันธ์ดนตรีของตนเองทั้งหมด 3 ผลงาน สำหรับเครื่องดนตรีและรูปแบบวงดนตรีที่ต่างกัน โดยให้แนบโน้ตเพลงทั้ง 3 ผลงานในลักษณะพิมพ์ทั้ง 2 ด้านของกระดาษและเย็บเล่มให้เรียบร้อย พร้อมทั้งแนบไฟล์บันทึกเสียงในรูปแบบ CD หรือไฟล์ดิจิทัลอื่นๆอย่างน้อย 2 จาก 3 ผลงานที่แนบมาพร้อมกับการสมัคร

1) การนำเสนอการวิเคราะห์บทประพันธ์ดนตรี

วิเคราะห์บทประพันธ์ของนักประพันธ์ที่เป็นที่รู้จัก (บทประพันธ์จะถูกคัดเลือกโดยกรรมการสอบ) และต้องนำเสนอปากเปล่าประมาณ 10-15 นาที โดยผู้สมัครจะได้รับอีเมลงานประพันธ์นี้ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ ในการสอบส่วนนี้ผู้สมัครจะต้องเตรียมการนำเสนอการวิเคราะห์เกี่ยวกับ รูปแบบและโครงสร้างบทประพันธ์ รายละเอียดทางด้านทำนอง เสียงประสาน texture การเรียบเรียงเสียงประสาน หรือองค์ประกอบดนตรีต่างๆที่สำคัญ ซึ่งควรมีการใช้โสตทัศนูปกรณ์ประกอบการนำเสนอด้วย เช่น การเล่นเปียโน หรือ เปิดไฟล์เพลงประกอบการนำเสนอ การใช้ Powerpoint เป็นต้น โดยใช้ภาษาอังกฤษตลอดทั้งการนำเสนอ

2) การสอบวิชาปฏิบัติเครื่องดนตรี

(เปียโนหรือเครื่องดนตรีอื่นๆ)

  1. Scale และ Arpeggio จากบันไดเสียงเมเจอร์และไมเนอร์จำนวน 3 บันไดเสียง (เล่นแต่ละบันไดเสียงจำนวน 2 octaves)
  2. Chord Progression ขั้นพื้นฐานในคีย์เมเจอร์และคีย์ไมเนอร์จำนวน 3 กุญแจเสียง

3) การสอบสัมภาษณ์

All in-person exams, or International/Digital Applicants who pass parts A and B of the examination,

เนื้อหาในการสัมภาษณ์มีดังนี้

  1. บทประพันธ์ของผู้สมัคร
  2. คำถามต่างๆเกี่ยวกับการนำเสนอการวิเคราะห์บทประพันธ์ดนตรีและการสอบวิชาปฏิบัติดนตรี
  3. ทดสอบทางทฤษฎีดนตรีและโสตทักษะ เช่น ขั้นคู่ คอร์ด

สาขาการอำนวยเพลง

1. DVD บันทึกภาพการอำนวยเพลงวง wind ensemble orchestra หรือวง choir โดยมีความยาว 30 นาที และต้องบันทึกภาพทั้งการซ้อมและการแสดงจริง การแสดงดังกล่าวต้องเกิดขึ้นไม่เกินหนึ่งปีที่ผ่านมาและผู้สมัครจะต้องถ่ายหันหน้าเข้ากล้อง ทั้งนี้ภาพและเสียงจะต้องมีความชัดเจน มิฉะนั้นจะไม่ถูกนำมาพิจารณา

2. บทวิเคราะห์ผลงานสำคัญที่ถูกประพันธ์ขึ้นสำหรับวง wind ensemble orchestra หรือวง choir (เขียนด้วยภาษาวิชาการ)

  1. ข้อเขียน

รูปแบบการสอบ: ตอบคำถามด้วยการอธิบายสั้นๆ หรือเขียนเรียงความอธิบายโดยสังเขป

เนื้อหาการสอบ: โดยทั่วไปจะเป็นประเด็นหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยเพลง เช่น นักประพันธ์คนสำคัญและดุริยวรรณกรรมสำหรับวง wind ensemble orchestra และวงขับร้องประสานเสียง ไปจนถึง common performance practice transposition skills และสไตล์หรือแนวทางต่างๆ ในการแสดงดนตรีรวมวงและการอำนวยเพลง

แหล่งข้อมูล:

Green, E. (2004). The modern conductor, 7th ed. London: Pearson.

Battisti, F. & Garofalo, R. (2000). Guide to score study for the wind band conductor. Los Angelos: Meredith Music.

Battisti, F. (2002). The Winds of Change: The evolution of the contemporary American wind band/ensemble and its conductor. Los Angeles: Meredith Music. [for wind ensemble area only]

  1. การสอบปฏิบัติ

รูปแบบการสอบ: สอบการอำนวยเพลงสดราว 20-30 นาที โดยผู้สมัครจะต้องทำทั้งการอำนวยเพลงและฝึกซ้อม วงต่อหน้าคณะกรรมการคุมสอบ

เนื้อหาการสอบ: หลังจากการคัดเลือกเบื้องต้น ผู้สมัครที่ได้ถูกรับเลือกจะถูกรับเชิญมาอำนวยเพลงสดให้กับวงที่ได้เตรียมไว้ที่วิทยาลัยโดยคณะกรรมการจะติดต่อผู้สมัครโดยตรงเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวเพลงที่จะใช้ในการสอบ ในการสอบปฏิบัติ ผู้สมัครจะต้องแสดงเทคนิคความชำนาญในการอำนวยเพลง, ทักษะในการฝึกซ้อมวง และความเข้าใจใน score เพลงอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้การสอบสัมภาษณ์จะมีขึ้นในวันเดียวกัน ประเด็นในการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับความเป็นเลิศทาง musicianship และความรู้ทั่วไปทางดนตรี

English Proficiency

ผู้เข้าศึกษาทุกคนจะต้องผ่านข้อกำหนดเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ โดยสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษจากสถาบันที่จัดสอบ หรือที่จัดสอบโดยบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา โดยมีเกณฑ์ ดังนี้

TESTMU GRAD PLUS
(MU GRAD Test + Speaking)
Others
IELTSTOEFL-iBTMU ELT

Minimum

(Entrance Requirement)

403.032

84

(Except Doctoral Level)

Graduate Diploma/ Masters/

Higher Graduate Diploma

(Pass)

70

(W=10, S=10)

5.0

(W=5.0, S=5.0)

64

(W=17, S=15)

84

(W=10, S=10)

Doctoral

(Pass)

90

(W=12, S=12)

6.0

(W=6.0, S=6.0)

79

(W=23, S=19)

W = Writing, S = Speaking

วิชาทฤษฎีและประวัติศาสตร์ดนตรี

ผู้สมัครสอบในระดับบัณฑิตศึกษาทุกคน (ยกเว้นผู้สมัครสอบสาขาธุรกิจดนตรีของหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) จะต้องเข้ารับการทดสอบวัดระดับความรู้ความชำนาญในวิชาพื้นฐานทางดนตรีได้แก่ วิชาทฤษฎีและประวัติศาสตร์ดนตรี

1. วิชาที่ต้องสอบ

เครื่องดนตรีตะวันตก1. Western Music Theory  2. Western Music History
เครื่องดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก1. Western Music Theory  2. Thai Music Theory and History
เครื่องดนตรีแจ๊ส (เฉพาะ M.M. และ D.M.)1. Jazz Proficiency Exam

2. ข้อมูลทั่วไป

  • ผู้สมัครทุกคนจะต้องทำการสอบวัดระดับความรู้พื้นฐานทางดนตรียกเว้นข้อผู้สมัครสอบเข้าสาขาธุรกิจดนตรี ของหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตไม่ต้องสอบ
  • นักศึกษาที่สอบไม่ผ่านจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานตามความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
  • นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนวิชาปรับพื้นฐานทันทีที่เปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งวิชาเหล่านี้จะไม่นับหน่วยกิต